ไคตินมาจาก "Chiton" ในภาษากรีก มีความหมายว่า เกราะหุ้ม
เป็นโพลิเมอร์ชีวภาพที่มีมากเป็นอันดับสองรองจากเซลลูโลส
โพลิเมอร์ทั้งสองนี้ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างป้องกัน และสร้างความแข็งแรงให้
แก่ผนังเซลล์ของสิ่งมีชีวิต
โดยไคตินจะพบในโครงสร้างเปลือกนอกของสัตว์จำพวกกุ้ง ปู และแกนหมึก
นอกจากนี้ยังพบในผนังเซลล์ของเห็ดรา และสาหร่ายบางสายพันธุ์
ส่วนไคโตซานนั้นถูกพบครั้งแรกโดยบังเอิญจากการที่นาย Rouget
ได้ต้มไคตินในสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์เข้มข้น
ไคตินและไคโตซานเป็นสารโคโพลิเมอร์ธรรมชาติระหว่างสองโมโนเมอร์
การที่จะแสดงลักษณะสมบัติเด่นของไคตินหรือไคโตซานนั้น
จะขึ้นกับว่ามีสัดส่วนของโมโนเมอร์ตัวไหนมากกว่ากัน
โดยปกติแล้วไคตินและไคโตซานมีสมบัติคล้ายคลึงกัน
แต่การนำไคตินไปใช้ประโยชน์มีน้อยมาก เนื่องจากข้อจำกัดในตัวมันเองคือ
การที่ไคตินไม่สามารถละลายในตัวละลายต่างๆ ได้
เนื่องจากมีโครงสร้างที่เป็นผลึก
แม้ว่าจะมีนักวิทยาศาสตร์ได้ทดลองหาระบบของตัวทำละลาย
ที่เหมาะต่อการละลายได้แล้วก็ตาม
แต่ตัวทำละลายเหล่านั้นก็ยังไม่สามารถนำมาใช้ในเชิงพาณิชย์
ดังนั้นความสนใจที่จะนำไคตินไปใช้ประโยชน์จึงมีน้อยมาก
เมื่อเทียบกับไคโตซานที่สามารถละลายได้ดี ในตัวทำละลายที่เป็นกรดเจือจาง
ไคตินและไคโตซานเป็นสารที่มีลักษณะเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว
คือเป็นสารธรรมชาติ เป็นวัสดุทางชีวภาพที่มีความเข้ากันได้ทางชีวภาพ
อีกทั้งยังย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ดังนั้นจึงปลอดภัยในการนำมาใช้กับมนุษย์
และไม่เกิดผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ไคโตซานยังสามารถขึ้นรูปได้หลายแบบ เช่น เจล เม็ด เส้นใย
และคอลลอยด์ ไคโตซานมีหมู่อะมิโน (-NH2) และหมู่ไฮดรอกซิล (-OH)
ซึ่งสามารถทำปฎิกิริยาทางเคมี เพื่อเปลี่ยนให้เป็นสารอนุพันธ์ได้มากมาย
ปัจจุบันได้มีการค้นคว้าวิจัยและนำไคติน
และไคโตซานไปใช้ประโยชน์กันอย่างแพร่หลาย ได้แก่
วัสดุทางการแพทย์ :
เนื่องจากไคตินและไคโตซานเป็นสารธรรมชาติ
ดังนั้นร่างกายมนุษย์มักจะไม่ทำการต่อต้าน
นอกจากนี้ไคตินและไคโตซานยังสามารถป้องกันการติดเชื้อ ซึ่งจากข้อดีต่างๆ
นี้เองจึงสามารถนำไคติน
และไคโตซานมาใช้งานในส่วนของวัสดุทางการแพทย์ได้อย่างมากมาย เช่น
วัสดุตกแต่งแผล ไหมเย็บแผล ตัวควบคุมการปลดปล่อยยา ผิวหนังเทียม
อาหารและเครื่องดื่ม :
ไคตินและไคโตซานเป็นอาหารเสริมที่ไม่ให้พลังงาน และไม่มีการดูดซึมเข้าสู่
ร่างกาย เนื่องจากในร่างกายคนไม่มีเอนไซม์ที่ช่วยย่อยไคตินและไคโตซาน
ดังนั้นจึงมีการนำไปใช้ในอาหารสำหรับการควบคุมน้ำหนัก
อีกทั้งไคตินและไคโตซานยังมีสมบัติเป็น barrier
จึงมีการนำมาใช้ในเรื่องบรรจุภัณฑ์สำหรับอาหาร เช่น สารเติมแต่งในอาหาร
อาหารเสริมควบคุมน้ำหนัก การถนอมรักษาอาหาร บรรจุภัณฑ์สำหรับอาหาร
การเกษตร :
ไคตินและไคโตซานมีสมบัติพิเศษบางอย่างที่สามารถนำมาใช้ทางการเกษตร เช่น
การเคลือบเมล็ดพันธุ์ ส่วนผสมในอาหารสัตว์ สารฆ่าแมลง สารฆ่าไส้เดือน
สารฆ่า/ยับยั้งเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา
เครื่องสำอาง : ไคตินและไคโตซานถูกใช้ทำให้ข้น และเป็นสารเติมแต่งในผลิตภัณฑ์ประเภทดูแลเส้นผมและผิวพรรณ
การบำบัดน้ำเสีย : อาศัยสมบัติด้านความเป็น polyelectrolyte
และความสามารถในการเกิดสารประกอบเชิงซ้อนกับโลหะหนัก ของไคโตซานในกระบวนการ
เช่น น้ำดื่ม การ recoveries ของโลหะ การบำบัดน้ำเสียในสระว่ายน้ำ
ในโรงงานอุตสาหกรรม
ที่มา : Chitin Chitosan Technical Note, จัดพิมพ์โดย MTEC
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น