วันพุธที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ไคตินมาจาก "Chiton" ในภาษากรีก มีความหมายว่า เกราะหุ้ม

ไคตินมาจาก "Chiton" ในภาษากรีก มีความหมายว่า เกราะหุ้ม เป็นโพลิเมอร์ชีวภาพที่มีมากเป็นอันดับสองรองจากเซลลูโลส โพลิเมอร์ทั้งสองนี้ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างป้องกัน และสร้างความแข็งแรงให้ แก่ผนังเซลล์ของสิ่งมีชีวิต โดยไคตินจะพบในโครงสร้างเปลือกนอกของสัตว์จำพวกกุ้ง ปู และแกนหมึก นอกจากนี้ยังพบในผนังเซลล์ของเห็ดรา และสาหร่ายบางสายพันธุ์ ส่วนไคโตซานนั้นถูกพบครั้งแรกโดยบังเอิญจากการที่นาย Rouget ได้ต้มไคตินในสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์เข้มข้น ไคตินและไคโตซานเป็นสารโคโพลิเมอร์ธรรมชาติระหว่างสองโมโนเมอร์ การที่จะแสดงลักษณะสมบัติเด่นของไคตินหรือไคโตซานนั้น จะขึ้นกับว่ามีสัดส่วนของโมโนเมอร์ตัวไหนมากกว่ากัน     
        โดยปกติแล้วไคตินและไคโตซานมีสมบัติคล้ายคลึงกัน แต่การนำไคตินไปใช้ประโยชน์มีน้อยมาก เนื่องจากข้อจำกัดในตัวมันเองคือ การที่ไคตินไม่สามารถละลายในตัวละลายต่างๆ ได้ เนื่องจากมีโครงสร้างที่เป็นผลึก แม้ว่าจะมีนักวิทยาศาสตร์ได้ทดลองหาระบบของตัวทำละลาย ที่เหมาะต่อการละลายได้แล้วก็ตาม แต่ตัวทำละลายเหล่านั้นก็ยังไม่สามารถนำมาใช้ในเชิงพาณิชย์ ดังนั้นความสนใจที่จะนำไคตินไปใช้ประโยชน์จึงมีน้อยมาก เมื่อเทียบกับไคโตซานที่สามารถละลายได้ดี ในตัวทำละลายที่เป็นกรดเจือจาง

        ไคตินและไคโตซานเป็นสารที่มีลักษณะเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว คือเป็นสารธรรมชาติ เป็นวัสดุทางชีวภาพที่มีความเข้ากันได้ทางชีวภาพ อีกทั้งยังย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ดังนั้นจึงปลอดภัยในการนำมาใช้กับมนุษย์ และไม่เกิดผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ไคโตซานยังสามารถขึ้นรูปได้หลายแบบ เช่น เจล เม็ด เส้นใย และคอลลอยด์ ไคโตซานมีหมู่อะมิโน (-NH2) และหมู่ไฮดรอกซิล (-OH) ซึ่งสามารถทำปฎิกิริยาทางเคมี เพื่อเปลี่ยนให้เป็นสารอนุพันธ์ได้มากมาย ปัจจุบันได้มีการค้นคว้าวิจัยและนำไคติน และไคโตซานไปใช้ประโยชน์กันอย่างแพร่หลาย ได้แก่

        วัสดุทางการแพทย์
: เนื่องจากไคตินและไคโตซานเป็นสารธรรมชาติ ดังนั้นร่างกายมนุษย์มักจะไม่ทำการต่อต้าน นอกจากนี้ไคตินและไคโตซานยังสามารถป้องกันการติดเชื้อ ซึ่งจากข้อดีต่างๆ นี้เองจึงสามารถนำไคติน และไคโตซานมาใช้งานในส่วนของวัสดุทางการแพทย์ได้อย่างมากมาย เช่น วัสดุตกแต่งแผล ไหมเย็บแผล ตัวควบคุมการปลดปล่อยยา ผิวหนังเทียม

        อาหารและเครื่องดื่ม
: ไคตินและไคโตซานเป็นอาหารเสริมที่ไม่ให้พลังงาน และไม่มีการดูดซึมเข้าสู่ ร่างกาย เนื่องจากในร่างกายคนไม่มีเอนไซม์ที่ช่วยย่อยไคตินและไคโตซาน ดังนั้นจึงมีการนำไปใช้ในอาหารสำหรับการควบคุมน้ำหนัก อีกทั้งไคตินและไคโตซานยังมีสมบัติเป็น barrier จึงมีการนำมาใช้ในเรื่องบรรจุภัณฑ์สำหรับอาหาร เช่น สารเติมแต่งในอาหาร อาหารเสริมควบคุมน้ำหนัก การถนอมรักษาอาหาร บรรจุภัณฑ์สำหรับอาหาร

        การเกษตร : ไคตินและไคโตซานมีสมบัติพิเศษบางอย่างที่สามารถนำมาใช้ทางการเกษตร เช่น การเคลือบเมล็ดพันธุ์ ส่วนผสมในอาหารสัตว์ สารฆ่าแมลง สารฆ่าไส้เดือน สารฆ่า/ยับยั้งเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา

        เครื่องสำอาง : ไคตินและไคโตซานถูกใช้ทำให้ข้น และเป็นสารเติมแต่งในผลิตภัณฑ์ประเภทดูแลเส้นผมและผิวพรรณ
การบำบัดน้ำเสีย : อาศัยสมบัติด้านความเป็น polyelectrolyte และความสามารถในการเกิดสารประกอบเชิงซ้อนกับโลหะหนัก ของไคโตซานในกระบวนการ เช่น น้ำดื่ม การ recoveries ของโลหะ การบำบัดน้ำเสียในสระว่ายน้ำ ในโรงงานอุตสาหกรรม

ที่มา : Chitin Chitosan Technical Note, จัดพิมพ์โดย MTEC

ไคโตซาน

k13:
เคยขอแต่ความรู้ทุกๆคนในนี้ พอดีไปเจอในเกษตรธรรมชาติเลยเอามาฝากครับ
1.ไคโตซานผง ราคา 2000 บาท/1กิโลกรัม(ขายที่โรงงานนะลองหาดู)
2.หัวน้ำส้ม 600 ซีซี.
3.น้ำ 100 ลิตร
4.ถังที่ใส่น้ำ 100 ลิตรได้(ตามสะดวก)
5.ใบพัดกวน มีมอร์เตอร์นะ
   นำน้ำ 100 ลิตรใส่ถัง เปิดใบพัดกวน ใส่ไคโตซานผง 1กก. ตามด้วยหัวน้ำส้ม 600 ซีซี.ปั่นกวนทิ้งไว้ 2 ชั่วโมง จะได้ไคโตซาน 100 ลิตร ตกลิตรละ 20 บาทเอง แต่ไม่รวมค่าใบพัดมอร์เตอร์ ถังใส่น้ำ แต่ในนี้มีคนขาย 55 บาท/1ลิตร ก็อุดหนุนเค้าเถอะถ้าใช้ไม่มาก แต่ถ้ามากก็น่าทำ
   รายละเอียดไม่รุ้มากเพิ่งอ่านมา แต่ก็อยากลองทำดู เค้าจะเก็บค่าลิขสิทธ์ใหมเนี่ย
   ปล.ไคโตซานผงก็สกัดมาจากไคติน พวกกระดองปู กุ้ง นั่นแหละ ไม่รู้ว่ากระดองหอยทำได้หรือเปล่า วิธีทำมีนะแต่ใช้สารเคมีพวกฟอกขาวอะไรนี่แหละมันยากไป แนะนำผู้สนใจไปซื้อไคโตซานผงดีกว่าง่ายดี
peakpin8:
เว็บนี้เขาห้ามจำพวกโคโตซานน่ะครับ เข้าข่ายโฆษนา ::) ::) ::) ::) ::) ::) ::)
k13:
ทำไมครับ มันก็เป็นสารธรรมชาตินี่ครับ แล้วก็เป็นวิธีทำที่ง่ายๆ สามารถทำเองได้ ต้นทุนลิตรละ 60 บาท ทำไมห้ามละครับ
peakpin8:
ขอโทษทีครับ เข้าใจว่าเป็นแบบสำเหร็จ พวกปูแดงโคโตซาน อะไรจำพวกนั้นครับ อันนั้นทางเว็บห้ามครับ
namping:

... ขอบคุณสำหรับความรู้ใหม่ ๆครับ

เยี่ยมมากเลยครับ จะทำให้รู้ว่า เจ้า ไคโตซาน ที่แพงนักแพงหนา ที่ขายๆกัน มันมีที่มาที่ไปอย่างไร
ถ้าเกษตรกรผู้สนใจรวมกลุ่มกันผลิตใช้เองอย่างถูกวิธี ก็เป็นสิ่งที่ดี ชวยลดต้นทุนการผลิต ได้ดีเลยครับ